เจ็บมาเยอะ! 5 จุดตายที่ “ครูนักพัฒนาเว็บ” (PHP) มักพลาดโดยไม่รู้ตัว พร้อมวิธีแก้ให้ระบบโรงเรียนแกร่งขึ้น

การเป็นครูที่เขียนเว็บได้ด้วย (School Web Developer) คือยอดมนุษย์ค่ะ เพราะเราต้องเข้าใจทั้ง “บริบทโรงเรียน” และ “ภาษาคอมพิวเตอร์” แต่ด้วยความที่งานโรงเรียนมักจะ “ด่วน” และ “เน้นใช้งานได้จริง” ทำให้บางครั้งเราอาจเผลอเขียนโค้ดแบบ “ทางลัด” จนกลายเป็นระเบิดเวลาโดยไม่รู้ตัว

จากประสบการณ์ นี่คือ 5 ข้อผิดพลาดคลาสสิกของระบบโรงเรียนที่เขียนด้วย PHP และวิธีแก้ไขให้ถูกต้องค่ะ


1. ยังใช้ mysql_query หรือต่อ String ใน SQL (ประตูบ้านที่เปิดทิ้งไว้)

นี่คือบาปมหันต์ข้อที่ 1 ค่ะ! หลายโรงเรียนยังใช้โค้ด PHP เวอร์ชั่นเก่า (Legacy Code) ที่รับค่าจากฟอร์มแล้วเอาไปแปะในคำสั่ง SQL ตรงๆ

  • ความเสี่ยง: นักเรียนสายคอมฯ ที่รู้วิธี SQL Injection สามารถแฮ็กระบบเกรด หรือล็อกอินเป็น Admin ได้ง่ายๆ แค่พิมพ์ ' OR '1'='1 ลงในช่องรหัสผ่าน
  • วิธีแก้: เลิกใช้ฟังก์ชันตระกูล mysql_ (ซึ่ง PHP รุ่นใหม่เลิก support แล้ว) และหันมาใช้ PDO หรือ MySQLi แบบ Prepared Statements แทนค่ะ วิธีนี้จะแยก “คำสั่ง” กับ “ข้อมูล” ออกจากกัน ปลอดภัย 100%

2. เก็บระบบรหัสผ่านด้วย MD5 (กุญแจที่ใครก็ปั๊มได้)

สมัยเรียนเราอาจถูกสอนให้เข้ารหัสรหัสผ่านด้วย md5($password) แต่ในยุค 2025 MD5 ถือว่า “ไม่ปลอดภัย” แล้วค่ะ เพราะมันถอดรหัสกลับได้ง่ายมากภายในเสี้ยววินาที

  • ความเสี่ยง: ถ้าระเบียนประวัติเด็กหลุดออกไป แฮ็กเกอร์จะรู้รหัสผ่านของทุกคนทันที
  • วิธีแก้: ใช้ฟังก์ชันมาตรฐานของ PHP สมัยใหม่ คือ password_hash() ในการเก็บ และใช้ password_verify() ในการตรวจสอบตอนล็อกอินค่ะ ปลอดภัยกว่าและเขียนง่ายกว่าด้วย

3. Spaghetti Code: ยำรวม HTML กับ PHP ในไฟล์เดียว (นรกของคนมาแก้ต่อ)

ไฟล์ index.php ไฟล์เดียวที่มี 2,000 บรรทัด ข้างบนเป็น SQL ตรงกลางเป็น HTML ข้างล่างเป็น JavaScript วนลูปไปมา

  • ความเสี่ยง: เมื่อระบบมีปัญหา หรือต้องการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ (เช่น เพิ่มปีการศึกษา 2569) ครูจะตาลายและไม่กล้าแก้โค้ด เพราะกลัวแก้ตรงนี้แล้วไปพังตรงอื่น
  • วิธีแก้: เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการ “แยกไฟล์” ค่ะ
    • แยกการเชื่อมต่อฐานข้อมูลไว้ที่ db_connect.php
    • แยกส่วนหัวเว็บ/เมนู ไว้ที่ header.php
    • แยกส่วนท้ายเว็บ ไว้ที่ footer.php
    • แล้วใช้คำสั่ง include เข้ามาแปะ จะช่วยให้ดูแลรักษาง่ายขึ้นมากค่ะ

4. ฐานข้อมูลไม่ Normalize (เก็บข้อมูลซ้ำซ้อน)

เช่น ในตาราง “การส่งงาน” มีคอลัมน์ ชื่อนักเรียน, นามสกุล, เลขที่ ซ้ำๆ ทุกบรรทัด แทนที่จะเก็บแค่ student_id

  • ความเสี่ยง: วันหนึ่งเด็กหญิงสมหญิง เปลี่ยนชื่อเป็น “นางสาวสมสวย” ครูต้องตามไปแก้ใน Database ทุกตาราง ถ้าแก้ไม่หมด ข้อมูลจะขัดแย้งกันเอง (Data Inconsistency)
  • วิธีแก้: ออกแบบ Database ให้เป็น Relational (เชิงสัมพันธ์) เก็บเฉพาะ ID เชื่อมโยงกัน (Foreign Key) แล้วใช้คำสั่ง JOIN เวลาเรียกดูข้อมูลค่ะ

5. Hardcode ข้อมูลที่เปลี่ยนบ่อย (แก้โค้ดทุกปี)

เช่น เขียนโค้ด if ($year == '2568') { ... } ฝังไว้ในไฟล์ PHP หลายๆ จุด

  • ความเสี่ยง: พอขึ้นปีการศึกษาใหม่ ระบบพัง หรือแสดงผลผิด ครูต้องมานั่งไล่แก้โค้ดทีละไฟล์ ซึ่งเสี่ยงต่อการแก้ไม่ครบ
  • วิธีแก้: สร้างตาราง config ในฐานข้อมูล หรือสร้างไฟล์ config.php เพื่อเก็บตัวแปรที่เปลี่ยนบ่อยๆ เช่น ปีการศึกษาปัจจุบัน, วันที่เปิดปิดระบบรับสมัคร แล้วดึงตัวแปรนี้ไปใช้ทั่วทั้งเว็บค่ะ

บทสรุป

การเขียนเว็บโรงเรียนให้ “ใช้งานได้” นั้นไม่ยาก แต่การเขียนให้ “ปลอดภัยและยั่งยืน” ต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ค่ะ การปรับแก้เพียงนิดเดียวในวันนี้ จะช่วยประหยัดเวลาปวดหัวของครูไปได้อีกหลายปีเลยค่ะ

Scroll to Top