คุณครูเคยสงสัยไหมคะ? เราอุตส่าห์ทำสื่อการสอนดีๆ เขียนแผนการสอนอย่างละเอียด หรือแจกใบงานฟรีลงเว็บไซต์ แต่ทำไมยอดวิวถึงนิ่งสนิท มีแต่เพื่อนครูในโรงเรียนที่กดเข้ามาดู
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “เนื้อหา” ของเราไม่ดีค่ะ แต่อยู่ที่ “Google หาเราไม่เจอ”
การทำ SEO (Search Engine Optimization) คือการจัดระเบียบหน้าบ้านของเราให้ Google Bot เข้าใจว่า “เว็บนี้เกี่ยวกับอะไร” และ “มีประโยชน์กับใคร” เพื่อที่เวลาคนพิมพ์ค้นหา Google จะได้หยิบเว็บเราไปวางไว้หน้าแรก
วันนี้มาดู 4 ขั้นตอนเริ่มทำ SEO ฉบับครูที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องเขียนโค้ดเก่งก็ทำได้ค่ะ
1. คิดชื่อเรื่องให้เหมือน “คำที่คนค้นหา” (Keyword Research)
ครูส่วนใหญ่มักตั้งชื่อบทความแบบเป็นทางการเกินไป เช่น “รายงานผลการใช้ชุดฝึกทักษะ…” ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีใครค้นหาด้วยคำนี้ค่ะ
- สิ่งที่ควรทำ: ลองจินตนาการว่าถ้าเราเป็นครูคนอื่นที่กำลังหาข้อมูล เราจะพิมพ์ว่าอะไร?
- ❌ เดิม: “นวัตกรรมสื่อการสอนรายวิชาคอมพิวเตอร์ ง30201”
- ✅ ใหม่ (SEO): “แจกฟรี! สื่อการสอน Python ม.4 พร้อมใบงานและเฉลย”
- เทคนิค: ใช้คำที่เจาะจง (Long-tail Keyword) เช่น ระบุวิชา ระดับชั้น และคำว่า “แจกฟรี”, “ดาวน์โหลด”, “พร้อมเฉลย” คำพวกนี้เป็นแม่เหล็กดูดคนชั้นดีค่ะ
2. จัดโครงสร้างบทความด้วย H1, H2 (Heading Tags)
Google ไม่ได้อ่านบทความเหมือนมนุษย์ แต่มันสแกนหา หัวข้อ เพื่อจับใจความสำคัญ
- H1 (Title): ชื่อเรื่องหลัก (มีได้แค่ 1 อันต่อหน้า) ต้องมี Keyword หลักอยู่เสมอ
- H2 (Main Topic): หัวข้อรอง เช่น “ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่”, “วิธีการใช้งานสื่อ”
- H3 (Sub Topic): หัวข้อย่อยลงไปอีก
- ข้อดี: การแบ่งหัวข้อชัดเจนช่วยให้ Google เข้าใจโครงสร้าง และช่วยให้คนอ่านกวาดสายตา (Skim) ได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ
3. อย่าปล่อยรูปภาพให้เป็นใบ้ (Alt Text)
เว็บครูมักเต็มไปด้วยรูปภาพกิจกรรมหรือตัวอย่างใบงาน แต่ Google มองไม่เห็นรูปภาพค่ะ มันอ่านได้แค่ “ข้อความ”
- สิ่งที่ควรทำ: ใส่คำอธิบายรูปภาพ (Alt Text) ทุกครั้งที่อัปโหลด
- ❌ ชื่อไฟล์: IMG_2569.jpg
- ✅ Alt Text: “ตัวอย่างใบงานวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องระบบสุริยะ ป.4 ระบายสี”
- ผลลัพธ์: เวลาเด็กๆ หรือครูคนอื่นค้นหารูปใน Google Images รูปของคุณจะโผล่ขึ้นมา ซึ่งช่วยเพิ่ม Traffic เข้าเว็บได้มหาศาล
4. ความเร็วคือปีศาจ (Page Speed)
ครูไทยใจร้อนค่ะ ถ้ากดเข้าเว็บแล้วหมุนติ้วๆ เกิน 3 วินาที เขาปิดหนีทันที
- ปัญหา: รูปภาพขนาดใหญ่เกินความจำเป็น (เช่น ถ่ายจากมือถือแล้วอัปเลย ไฟล์ละ 5MB)
- วิธีแก้: ก่อนอัปโหลด ให้ย่อรูปผ่านเว็บอย่าง TinyJPG หรือแปลงเป็นไฟล์ WebP ให้ขนาดไฟล์เล็กลงแต่ยังชัดเหมือนเดิม จะช่วยให้เว็บโหลดลื่นหัวแตก คะแนน SEO พุ่งปรี๊ด
สรุป: SEO คือการทำตัวให้เป็น “บรรณารักษ์” ที่ดี
การทำ SEO ไม่ใช่เรื่องเทคนิคซับซ้อน แต่คือการ “ติดป้ายชื่อหนังสือ” ให้ชัดเจน เพื่อให้คนที่เดินเข้ามาในห้องสมุดโลก (Google) หาหนังสือของคุณเจอได้ง่ายที่สุด
เมื่อเว็บของคุณติดหน้าแรก นอกจากยอดวิวจะเพิ่มแล้ว มันยังต่อยอดไปสู่การสร้างชื่อเสียงทางวิชาการ หรือรายได้เสริมจากการขายสื่อการสอนในอนาคตได้อีกด้วยนะคะ!



