ศึกชิงบัลลังก์ Page Builder: Elementor vs Spectra vs Gutenberg เลือกใคร…ให้จบและปังที่สุด?

การมีเว็บไซต์ WordPress ก็เหมือนการมี “ที่ดิน” เปล่า แต่การจะสร้าง “บ้าน” (หน้าเว็บ) ให้สวยงามและใช้งานได้จริง คุณต้องการ “เครื่องมือ” ที่ทรงพลัง และนี่คือจุดที่ “Page Builder” เข้ามามีบทบาท

แต่ในสมรภูมินี้มี 3 ผู้ท้าชิงหลักที่คนสับสนมากที่สุด:

  1. Gutenberg (กูเทนเบิร์ก): The Standard – “นักสร้าง” พื้นฐานที่ติดมากับ WordPress
  2. Elementor (เอเลเมนเตอร์): The King – “ราชา” แห่งการลากและวาง (Drag-and-Drop)
  3. Spectra (สเปกตร้า): The Supercharger – “ตัวเสริมพลัง” ที่ทำให้ Gutenberg เทพขึ้น

บทความนี้จะมา “แบทเทิล” ให้เห็นกันชัดๆ ว่าใครทำอะไรได้ และคุณควรเลือกใช้อะไร


1. Gutenberg (The Block Editor)

ผู้สร้างพื้นฐาน…ที่มาพร้อมบ้าน

Gutenberg คืออะไร?

นี่คือตัวแก้ไข (Editor) ดั้งเดิม ที่ติดมากับ WordPress ตั้งแต่เวอร์ชัน 5.0 มันไม่ใช่ “ปลั๊กอิน” ที่คุณต้องลงเพิ่ม แต่มันคือ อนาคตของ WordPress แนวคิดของมันคือ “ทุกอย่างคือบล็อก” (Everything is a Block) ไม่ว่าจะเป็นย่อหน้า (Paragraph), รูปภาพ (Image), หรือหัวข้อ (Heading)

วิธีใช้งาน:

  1. ไปที่ Posts (เรื่อง) > Add New (เขียนเรื่องใหม่) (หรือ Pages > Add New)
  2. คุณจะเจอกับหน้าตาการแก้ไขนี้ทันที
  3. คลิกที่ปุ่ม + (บวก) เพื่อเลือก “บล็อก” ที่คุณต้องการ (เช่น Columns, Image, Button) แล้วนำมาวางเรียงต่อกัน
ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
เร็วมาก (Fast): เพราะเป็นของติดตัว (Native) โค้ดสะอาด ไม่หนักเว็บไม่ยืดหยุ่น (Less Flexible): การปรับแต่งระยะห่าง หรือดีไซน์ซับซ้อน จะทำได้ยากกว่า
ใช้งานง่าย (Simple): เหมาะกับการเขียนบทความ (Blog) หรืองานที่ไม่ซับซ้อนต้องเรียนรู้ (Learning Curve): สำหรับคนชิน Editor แบบเก่า (Classic) อาจต้องปรับตัว
คืออนาคต: WordPress จะพัฒนาต่อยอดบน Gutenberg เสมอลูกเล่นน้อย (Fewer Widgets): บล็อกพื้นฐานมีให้ใช้จำกัด (นี่คือจุดที่ Spectra เข้ามา)

เหมาะกับใคร: บล็อกเกอร์ (Blogger), เว็บที่เน้นเนื้อหา (Content-Heavy), คนที่ต้องการเว็บโหลดเร็วที่สุด และไม่ต้องการดีไซน์ที่ซับซ้อนพิสดาร


2. Elementor (The Page Builder)

สตูดิโอออกแบบ…ที่เสกได้ทุกอย่าง

Elementor คืออะไร?

นี่คือ ปลั๊กอิน ที่คุณต้องติดตั้งเพิ่ม และเป็น Page Builder ที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก (มากกว่า 5 ล้านเว็บ) จุดเด่นของมันคือการ “แทนที่” หน้าแก้ไขเดิมของ WordPress ด้วยหน้าต่างการ “ลากและวาง” (Visual Drag-and-Drop) แบบ 100%

วิธีใช้งาน:

  1. ติดตั้งปลั๊กอิน Elementor
  2. ไปที่ Pages > Add New
  3. คลิกปุ่มสีฟ้าใหญ่ๆ ว่า “Edit with Elementor”
  4. WordPress Editor เดิมจะหายไป และคุณจะเข้าสู่หน้าต่างออกแบบของ Elementor ทันที คุณสามารถลาก Widget (เครื่องมือ) จากแถบด้านข้างมาวางบนหน้าเว็บได้เลย
ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
อิสระขั้นสุด (Total Control): คุณลากเมาส์ไปวางตรงไหนก็ได้ ปรับแต่งได้ทุกพิกเซลเว็บอาจช้า (Bloat/Heavy): เพราะมีโค้ดและ CSS/JS เยอะ อาจทำให้เว็บโหลดช้าลง
เห็นภาพจริง (WYSIWYG): แก้ไขและเห็นผลลัพธ์จริงได้ทันทีต้องเรียนรู้เยอะ: เพราะฟีเจอร์เยอะมาก การตั้งค่าจึงซับซ้อนตามไปด้วย
ลูกเล่นมหาศาล: มี Widgets ให้เลือกใช้เป็นร้อยๆ อย่าง (ทั้งฟรีและโปร)Lock-in Effect: ถ้าวันหนึ่งคุณปิด Elementor ดีไซน์หน้าเว็บอาจจะ “พัง” ได้

เหมาะกับใคร: นักออกแบบ, เว็บ E-Commerce, คนที่ต้องการสร้าง Landing Page สวยๆ อลังการ, และคนที่ไม่ต้องการแตะโค้ดเลย แต่ต้องการเว็บที่ “เป๊ะ” ตามที่คิด


3. Spectra (The Gutenberg Supercharger)

คู่หูอัปเกรด…ที่ทำให้ Gutenberg เก่งขึ้น

Spectra คืออะไร?

Spectra (เดิมชื่อ Ultimate Addons for Gutenberg) คือ ปลั๊กอิน ที่สร้างมาเพื่อ “อุดช่องโหว่” ของ Gutenberg มัน ไม่ได้ มาแทนที่ Editor เดิมแบบ Elementor แต่เป็นการ “เพิ่มบล็อกใหม่ๆ ที่ทรงพลังกว่าเดิม” เข้าไปในคลังบล็อก + ของ Gutenberg

วิธีใช้งาน:

  1. ติดตั้งปลั๊กอิน Spectra
  2. ไปที่ Posts > Add New (เหมือนใช้ Gutenberg ปกติ)
  3. เมื่อคุณคลิก + นอกจากบล็อกสีดำ (ของเดิม) คุณจะเห็น บล็อกสีม่วง/น้ำเงิน (ของ Spectra) เพิ่มเข้ามา
  4. บล็อกเหล่านี้คือบล็อกอัปเกรด เช่น Info Box, Call to Action, Lottie Animation, Form, Star Rating ซึ่งทรงพลังกว่าบล็อกเดิมๆ มาก
ข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
เร็วเหมือน Gutenberg: เพราะยังทำงานบนพื้นฐานเดิม โค้ดสะอาดมากไม่ใช่วิชวล 100%: ยังต้องทำงานในกรอบของ Gutenberg (ไม่ Real-time เท่า Elementor)
พลังเพิ่ม + ใช้ง่าย: ได้บล็อกเทพๆ โดยไม่ต้องเรียนรู้ระบบใหม่จำกัด: ยังไงก็มีอิสระน้อยกว่า Elementor
ไม่มี Lock-in: ทำงานร่วมกับ WordPress ได้อย่างสมบูรณ์ต้องใช้ Gutenberg เป็น: ถ้าคุณเกลียด Gutenberg ไปเลย ตัวนี้ก็อาจจะไม่ใช่คำตอบ

เหมาะกับใคร: คนที่ชอบความเร็วของ Gutenberg แต่รู้สึกว่ามัน “ขาด” ลูกเล่น และต้องการสร้างเว็บที่สวยงาม ทันสมัย โดยที่เว็บยังคงโหลดเร็วอยู่


ตารางสรุปหมัดต่อหมัด

คุณสมบัติGutenberg (ดั้งเดิม)Spectra (ตัวเสริม)Elementor (ตัวแทนที่)
ประเภทBlock Editor (ติดมากับ WP)Block Toolkit (ปลั๊กอินเสริม)Page Builder (ปลั๊กอินแทนที่)
การทำงานต่อบล็อกพื้นฐานเพิ่มบล็อกขั้นสูงให้ Gutenbergลากและวางในหน้าต่างใหม่
ความเร็วเว็บ⭐⭐⭐⭐⭐ (เร็วที่สุด)⭐⭐⭐⭐⭐ (เร็วมาก)⭐⭐⭐ (ปานกลาง – ช้า)
อิสระออกแบบ⭐⭐ (น้อย)⭐⭐⭐⭐ (ดีมาก)⭐⭐⭐⭐⭐ (ดีที่สุด)
ความง่าย (มือใหม่)ปานกลางปานกลางง่าย (ถ้าแค่ลากวาง)
เหมาะกับบทความ, บล็อก, เว็บง่ายๆเว็บธุรกิจ, เว็บองค์กรที่เน้นความเร็วLanding Page, เว็บ E-Commerce, เว็บที่เน้นดีไซน์จัดๆ

สรุป: แล้วฉันควรเลือกอะไร?

  • เลือก Gutenberg (และ Spectra):ถ้าคุณคือคนทำเว็บยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Performance (ความเร็ว) เป็นอันดับ 1 และต้องการสร้างเว็บที่สะอาด, ทันสมัย, และพร้อมสำหรับอนาคต การใช้ Gutenberg เสริมพลังด้วย Spectra คือ “ทางเลือกที่สมดุล” ที่สุดในตอนนี้
  • เลือก Elementor:ถ้าโจทย์ของคุณคือ “ฉันต้องทำดีไซน์นี้ให้ได้” โดยไม่สนว่าหลังบ้านจะเป็นอย่างไร ขอแค่ลากวางแล้วได้หน้าตาสวยๆ ตามที่คิด, ทำ Landing Page ปิดการขาย, หรือต้องการฟีเจอร์สำเร็จรูปเยอะๆ Elementor ยังคงเป็น “ราชา” ที่ตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด
Scroll to Top